ประวัติปรัชญา

ประวัติปรัชญา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ความเป็นมา
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงสถาปนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยขึ้น ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงสำหรับพระภิกษุ สามเณรและคฤหัสถ์ โดยพระราชทานนามว่า มหาธาตุวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๐ และได้เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๓๒
ต่อมาได้ทรงเปลี่ยนจากมหาธาตุวิทยาลัย เป็นมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ.๒๔๓๙ แต่ยังคงจัดการศึกษาเฉพาะปริยัติธรรมแผนกบาลีเท่านั้น ยังมิได้ดำเนินการศึกษาในรูปแบบอุดมศึกษาหรือรูปแบบมหาวิทยาลัย ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ดังนั้น เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๐ พระพิมลธรรม (ช้อย ฐานทตฺตเถร) อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุสมัยนั้น พร้อมทั้งพระเถรานุเถระฝ่ายมหานิกาย จำนวน ๕๗ รูป ได้ประชุมหารือที่จะเปิดการศึกษาในรูปแบบมหาวิทยาลัย รับสมัครผู้สนใจวิชาด้านพระปริยัติสัทธรรมชั้นสูง ภาษาต่างประเทศ และวิทยาการบางอย่างอันเป็นอุปกรณ์แก่การค้นคว้าหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
พ.ศ.๒๔๙๐ ประกาศใช้ระเบียบมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เปิดรับพระภิกษุสามเณรผู้สอบได้ตั้งแต่เปรียญธรรม ๔ ประโยคขึ้นไปเข้าศึกษา มีนิสิตเข้าศึกษารุ่นแรกจำนวน ๑๕๖ รูป เปิดการศึกษาเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๐ โดยจัดให้เรียนวิชาพื้นฐาน เรียกว่า การศึกษาระดับชั้นอบรมพื้นความรู้ จนถึงชั้นเตรียมอุดมศึกษาเป็นเวลา ๔ ปี จากนั้นจึงให้เรียนต่อระดับปริญญาตรีในคณะพุทธศาสตร์ซึ่งเปิดเป็นคณะแรก รับพระภิกษุสามเณรที่จบชั้นเตรียมอุดมศึกษานี้ และเป็นผู้สอบได้ตั้งแต่เปรียญธรรม ๕ ประโยคขึ้นไป จำนวนผู้ผ่านการคัดเลือกให้เข้าเรียน ในปีการศึกษา ๒๔๙๔ จำนวน ๑๖ รูป สำเร็จการศึกษาในปี ๒๔๙๘ เป็น “พุทธศาสตรบัณฑิต” รุ่นแรก จำนวน ๖ รูป
พ.ศ.๒๕๑๒ มหาเถรสมาคมได้ออกคำสั่ง เรื่องการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงฆ์ พ.ศ.๒๕๑๒ จำนวน ๑๒ ข้อ สาระสำคัญข้อ ๓ ระบุส่วนที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยไว้ว่า “ให้การศึกษาของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ซึ่งดำเนินการอยู่แล้ว เป็นการศึกษาของคณะสงฆ์”
พ.ศ.๒๕๒๗ รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทางพระพุทธ ศาสนา พ.ศ.๒๕๒๗ โดยมาตรา ๔ (๓) กำหนดว่า “ให้ผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีวิทยฐานะชั้นปริญญาตรี เรียกว่า “พุทธศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อว่า “พธ.บ.”
พ.ศ.๒๕๓๐ สภามหาวิทยาลัย ประกาศใช้ระเบียบมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าด้วยการบริหาร พ.ศ.๒๕๓๐
พ.ศ.๒๕๔๐ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กำหนดให้มหาวิทยาลัยเป็นนิติบุคคล และอยู่ในกำกับของรัฐ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๔ ตอนที่ ๕๑ ก ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๐

การขยายส่วนงานจัดการศึกษา
มหาวิทยาลัยได้แบ่งส่วนงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อรองรับกิจการของมหา วิทยาลัยออกไปตามลำดับ ดังนี้
พ.ศ.๒๔๙๐ ตั้งคณะพุทธศาสตร์
พ.ศ.๒๕๐๔ ตั้งคณะครุศาสตร์
พ.ศ.๒๕๐๖ เปิดหลักสูตรอบรมครูศาสนศึกษา ระดับประกาศนียบัตร
พ.ศ.๒๕๑๖ ตั้งคณะเอเชียอาคเนย์ ต่อมาเปลี่ยนเป็น คณะมานุษยสงเคราะห์ศาสตร์
๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๑ ตั้งวิทยาเขตหนองคายเป็นวิทยาเขตแรก ที่วัดศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรคณะครุศาสตร์
พ.ศ.๒๕๒๖ แยกวิชาสายสังคมศาสตร์ออกจากคณะมานุษยสงเคราะห์ศาสตร์ ไปตั้งคณะสังคมศาสตร์ และแยกวิชาสายภาษาศาสตร์ จิตวิทยา ไปตั้งคณะมนุษยศาสตร์
๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๘ ตั้งวิทยาเขตนครศรีธรรมราช ที่วัดแจ้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๘ ตั้งวิทยาเขตเชียงใหม่ ที่วัดสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ ตั้งวิทยาเขตขอนแก่น ที่วัดธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันย้ายไปที่เลขที่ ๓๐ บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๙ ตั้งวิทยาเขตนครราชสีมา ที่วัดพระนารายณ์มหาราช อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันย้ายไปที่บ้านหัวถนน ถนนชาติพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๙ ตั้งวิทยาเขตอุบลราชธานี ที่วัดมหาวนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันย้ายไปที่บ้านหมากมี่ ตำบลกระโสบ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
๒๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๐ ตั้งวิทยาเขตสุรินทร์ ที่วัดศาลาลอย อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันย้ายไปอยู่ที่ หมู่ที่ ๘ ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
๓๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๐ ตั้งวิทยาเขตแพร่ ที่วัดพระบาทมิ่งเมือง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
๒๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๔ ตั้งวิทยาเขตพะเยา ที่วัดศรีโคมคำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
พ.ศ.๒๕๓๕ ตั้งวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส ที่วัดมหาสวัสดิ์นาคพุฒาราม อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
นอกจากนี้ยังได้ตั้งหน่วยงานระดับวิทยาลัยสงฆ์ขึ้นอีก ๘ แห่ง ประกอบด้วย วิทยาลัยสงฆ์นครพนม วิทยาลัยสงฆ์เลย วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์ วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช พิษณุโลก วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ วิทยาลัยสงฆ์ปัตตานี และวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน และมีการขยายห้องเรียน จำนวน ๑๒ แห่ง หน่วยวิทยบริการ ๘ แห่ง อยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วทุกภาค
มหาวิทยาลัยยังได้รับสถาบันการศึกษาทางพุทธศาสนาทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เข้าเป็นสถาบันสมทบรวม ๔ แห่ง คือ
พ.ศ.๒๕๔๔ รับวิทยาลัยพระพุทธศาสนาดองกุก ชอนบอบ ประเทศเกาหลีใต้
พ.ศ.๒๕๔๗ รับมหาปัญญาวิทยาลัย หาดใหญ่ สงขลา
พ.ศ.๒๕๔๗ รับมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาซิน จู๋ ไต้หวัน
พ.ศ.๒๕๕๐ รับสถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนาชั้นสูง แห่งเมืองแคนดี ประเทศศรีลังกา
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ที่ เลขที่ ๗๙ หมู่ ๑ ถนนพหลโยธิน (กม.๕๕) ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รหัสไปรษณีย์ ๑๓๑๗๐ บนพื้นที่ ๒๑๙ ไร่เศษ ทำให้สามารถจัดการศึกษา การบริหารจัดการ และการบริการวิชาการแก่สังคมได้อย่างเต็มที่
ในช่วงเวลา ๑๐ ปีเศษที่ผ่านมา หลังจากที่ได้รับพระราชบัญญัติ พ.ศ.๒๕๔๐ เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแล้ว มหาวิทยาลัยได้เป็นผู้นำในการจัดงานประชุมสัมมนาและให้บริการวิชาการในระดับชาติและระดับนานาชาติมาโดยลำดับ เช่น จัดงานวันวิสาขบูชาวันสำคัญสากล งานสานสัมพันธ์ศาสนานานาชาติ งานเยาวชนโลก งานสภามหาวิทยาลัยพุทธโลก เป็นต้น

สุภาษิต ปรัชญา ปณิธาน วิสัยทัศน์ และพันธกิจ
สุภาษิต
ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต แปลว่า ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก
ปรัชญา
จัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่
พัฒนาจิตใจและสังคม
ปณิธาน
ศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูง สำหรับพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์
วิสัยทัศน์
ผลิตคนดีและเก่งอย่างมีสมรรถภาพ
จัดการศึกษาและวิจัยดีอย่างมีคุณภาพ
บริการวิชาการดีอย่างมีสุขภาพ
บริหารดีอย่างมีประสิทธิภาพ
พันธกิจ
ผลิตบัณฑิต
วิจัยและพัฒนา
ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สังคม
ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

คณะครุศาสตร์

คณะครุศาสตร์ เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๔ เป็นต้นมา นับเป็นคณะที่ ๒ ต่อจากคณะพุทธศาสตร์ ในระยะแรกจัดการศึกษาแบ่งออกเป็น ๔ ภาควิชา คือ ภาควิชาการศึกษา ภาควิชาจิตวิทยา ภาควิชาบรรณรักษศาสตร์ ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ต่อมา พ.ศ.๒๕๒๖ ได้ปรับปรุงโดยแบ่งเป็น ๓ ภาควิชา คือ ภาควิชาบริหารการศึกษา ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอนสังคมศึกษา ภาควิชาการศึกษานอกโรงเรียน
ปัจจุบันคณะครุศาสตร์แบ่งการบริหารงานออกเป็น สำนักงานคณบดี ภาควิชาปริยัติธรรมและจริยศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษาและกิจการคณะสงฆ์ ภาควิชาหลักสูตรและการสอน และมีกลุ่มงานหรือโครงการพิเศษ

วัตถุประสงค์ของคณะครุศาสตร์
๑. เพื่อจัดการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร บุคคลทั่วไป ให้มีความรู้ความสามารถในศาสตร์ความเป็นครู การจัดการศึกษา การสอนและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
๒. เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส ใฝ่รู้ใฝ่คิด เป็นผู้นำด้านจิตใจและปัญญา รู้จักเสียสละเพื่อพระพุทะศาสนาและสังคม
๓. เพื่อประยุกต์และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา การวิจัย และบริการ
๔. เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการศึกษาและพุทธธรรมสู่สังคม ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ธำรงรักษาเอกลักษณ์ และภูมิปัญญาไทย

การจัดการศึกษา
คณะครุศาสตร์ได้เปิดระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก ปริญญาตรี ๕ สาขาวิชา ได้แก่
๑. สาขาวิชาจิตวิทยาการปรึกษาและการแนะแนว
๒. สาขาวิชาการสอนพระพุทธศาสนา
๓. สาขาวิชาสังคมศึกษา
๔. สาขาวิชาการสอนภาษาไทย
๕. สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ
ระดับประกาศนียบัตร ๑ สาขา คือ ประกาศนียบัตรวิชาการเทศนา
ระดับปริญญาโท ๑ สาขา คือ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
ระดับปริญญาเอก ๑ สาขา คือ สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา

ปรัชญา ปณิธาน วิสัยทัศน์ พันธกิจ
ปรัชญา
ศึกษาดี มีคุณธรรม นำความรู้สู่สังคม
ปณิธาน
จะพัฒนาบัณฑิตให้มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส ใฝ่รู้ใฝ่คิด เป็นผู้นำด้านจิตใจและปัญญา
มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา
วิสัยทัศน์
ศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ
สร้างคนดีและคนเก่งอย่างมีสมรรถภาพ
จัดการศึกษาและวิจัยดีอย่างมีคุณภาพ
บริหารดีอย่างมีประสิทธิภาพ
พันธกิจ
ผลิตบัณฑิต
วิจัยและพัฒนา
ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และบริการวิชาการแก่สังคม
ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

สีประจำคณะครุศาสตร์
แสด
คณบดีคณะครุศาสตร์
๑. พระมหาจำลอง ภูริปญฺโญ (สารพัดนึก) วัดอนงคาราม พ.ศ.๒๕๑๑ – ๒๕๒๑
(ปัจจุบัน ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.จำลอง สารพัดนึก)
๒. พระมหากนกพันธุ์ องฺควณฺโณ (นงนุช) วัดมหาธาตุ พ.ศ.๒๕๒๒ – ๒๕๒๓
๓. พระมหาณรงค์ จิตฺตโสภโณ (เชิดสูงเนิน) วัดมหาพฤฒาราม พ.ศ.๒๕๒๓ – ๒๕๒๓
(ปัจจุบัน พระสุธีวรญาณ,รศ.ดร. รองอธิการบดีวิทยาเขตนครราชสีมา)
๔. พระมหากิตติ อตฺตาโภ วัดมหาธาตุ พ.ศ.๒๕๒๓ – ๒๕๒๔
๕. พระประสิทธิสุตตคุณ (สวัสดิ์ อตฺถโชโต) วัดสระเกศ พ.ศ.๒๕๒๔ – ๒๕๓๐
๖. พระครูศรีธรรมปฏิภาณ (สมภพ ปุญฺญาคโม) วัดอรุณฯ พ.ศ.๒๕๓๐ – ๒๕๓๓
๗. พระครูวินัยธรสุเมธ ธีรธมฺโม วัดมหาธาตุ พ.ศ.๒๕๓๓ – ๒๕๓๖
๘. พระสุวรรณเมธาภรณ์ (ขุนทอง สุวณฺณเมโธ),ผศ. วัดสามพระยา พ.ศ.๒๕๓๖ – ๒๕๔๐
และ พ.ศ.๒๕๔๑ – ๒๕๕๒ (ปัจจุบันเป็น รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา)
๙. พระมารุต วรมงฺคโล,ผศ.ดร. วัดราชโอรสาราม พ.ศ.๒๕๔๐ – ๒๕๔๑
และ พ.ศ.๒๕๕๓ – ปัจจุบัน

การติดต่อ
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (อาคารเรียนรวม)
เลขที่ ๗๙ หมู่ที่ ๑ ถนนพหลโยธิน (กม.๕๕) ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
รหัสไปรษณีย์ ๑๓๑๗๐ โทรศัพท์ ๐-๓๕๒๔-๘๐๙๔ โทรสาร ๐-๓๕๒๔-๘๐๙๕
เว็บไซต์ http://edu.mcu.ac.th

ภาควิชาบริหารการศึกษาและกิจการคณะสงฆ์

ภาควิชาบริหารการศึกษาและกิจการคณะสงฆ์ ได้เริ่มเปิดโดยใช้ชื่อเป็นภาควิชาการศึกษา ในเดือนในวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๔ ต่อมาใน พ.ศ.๒๕๒๖ คณะครุศาสตร์ได้ปรับปรุงส่วนงานภายใน และได้เปลี่ยนชื่อจากภาควิชาการศึกษา เป็นภาควิชาการบริหารการศึกษา
พ.ศ.๒๕๓๕ คณะครุศาสตร์ ขยายห้องเรียนจากอาคารมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุ มาที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม สธ. วัดศรีสุดาราม แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๕ โดยความอนุเคราะห์ของพระวชิรราชมานิต และในเดือนกันยายนปีนั้นเอง ท่านได้ดำริให้มีการดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนที่วัดศรีสุดารามขึ้น ๓ หลังๆ ละ ๔ ชั้น และได้เปิดให้นิสิตเข้าศึกษาได้ในปี พ.ศ.๒๕๓๖ ซึ่งเป็นสถานที่ศึกษาของนิสิตคณะครุศาสตร์ด้วย
พ.ศ.๒๕๓๘ ได้ปรับปรุงหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต โดยภาควิชาบริหารการศึกษาจัดการ ศึกษา ๑ สาขาวิชา คือ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
ต่อมาใน พ.ศ.๒๕๔๑ มีการปรับปรุงส่วนงานตามข้อกำหนดการแบ่งส่วนงาน ตามพระราช บัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๔๐ ได้เปลี่ยนชื่อภาควิชาบริหารการ ศึกษาเป็น ภาควิชาบริหารการศึกษาและกิจการคณะสงฆ์ จัดการศึกษา ๒ สาขาวิชา คือ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา และสาขาวิชาการศึกษานอกระบบโรงเรียน
พ.ศ.๒๕๔๘ ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พ.ศ.๒๕๔๘ ซึ่งเป็นหลักสูตร ๕ ปี ภาควิชาบริหารการศึกษาและกิจการคณะสงฆ์ ได้จัดการศึกษาระดับปริญญาตรี ๒ สาขา เช่นเดิม และได้เปิดระดับปริญญาโท ๑ สาขาวิชา คือ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
พ.ศ.๒๕๕๒ คณะครุศาสตร์ ย้ายสำนักงานมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เลขที่ ๗๙ หมู่ ๑ ถนนพหลโยธิน (กม.๕๕) ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๑๗๐
พ.ศ.๒๕๕๔ ได้สนับสนุนส่งเสริมให้วิทยาเขตเปิดหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริการการศึกษา ๒ แห่ง คือ วิทยาเขตขอนแก่น และ วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์
เพื่อขยายการบริการทางการศึกษาเพิ่มขึ้น ภาควิชาได้ดำเนินการขอเปิด หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา เปิดรับสมัครนิสิตรุ่นแรกในภาคการศึกษาที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ และได้รับความเห็นชอบหลักสูตรจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๕

วัตถุประสงค์ของภาควิชา
๑. ผลิตบัณฑิตที่มีความรอบรู้และเชี่ยวชาญในสาขาการบริหารการศึกษาและกิจการคณะสงฆ์ในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา
๒. ส่งเสริม และพัฒนาบุคลากรและนิสิตให้มีทักษะในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางการบริหารการศึกษาและกิจการคณะสงฆ์
๓. ส่งเสริมบุคลากรและนิสิตให้มีจิตอาสา สร้างศรัทธาและเสียสละ ให้บริการวิชาการและนวัตกรรมการเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาอย่างบูรณาการสู่สังคม
๔. มุ่งทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม สืบสานประเพณีอันดีงามของชาติ ส่งเสริมภูมิปัญญาไทย และสร้างอัตลักษณ์ของส่วนงาน
๕. ประสานงานและสร้างเครือข่ายทางการศึกษากับคณะ วิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ และสถาบันการศึกษาต่างๆ ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง

โครงสร้างการบริหารภาควิชา

การบริหารโครงการหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา
โครงการหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา เป็นโครงการพิเศษของคณะที่มีผู้อำนวยการหลักสูตรเป็นผู้รับผิดชอบบริหารงานหลักสูตร ภาควิชามีแนวทางในการดำเนินงานบริหารโครงการหลักสูตรต่างๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยแบ่งเป็นงานหรือกลุ่มงาน ดังนี้
งานบริหารทั่วไป มีภาระหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานสารบรรณ แบบ บฑ.ต่างๆ การเงิน-บัญชี พัสดุ การประชุมและพิธีการ ประชาสัมพันธ์และปรับปรุงเว็บไซต์ และการรายงานต่างๆ