เกี่ยวกับส่วนงาน

คณะครุศาสตร์
          คณะครุศาสตร์ เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๔ เป็นต้นมา นับเป็นคณะที่ ๒ ต่อจากคณะพุทธศาสตร์ ในระยะแรกจัดการศึกษาแบ่งออกเป็น ๔ ภาควิชา คือ ภาควิชาการศึกษา ภาควิชาจิตวิทยา ภาควิชาบรรณรักษศาสตร์ ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ต่อมา พ.ศ.๒๕๒๖ ได้ปรับปรุงโดยแบ่งเป็น ๓ ภาควิชา คือ ภาควิชาบริหารการศึกษา ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอนสังคมศึกษา  ภาควิชาการศึกษานอกโรงเรียน
          ปัจจุบันคณะครุศาสตร์แบ่งการบริหารงานออกเป็น สำนักงานคณบดี ภาควิชาปริยัติธรรมและจริยศึกษา ภาควิชาบริหารการศึกษาและกิจการคณะสงฆ์ ภาควิชาหลักสูตรและการสอน และมีกลุ่มงานหรือโครงการพิเศษ

วัตถุประสงค์ของคณะครุศาสตร์

          ๑. เพื่อจัดการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร บุคคลทั่วไป ให้มีความรู้ความสามารถในศาสตร์ความเป็นครู การจัดการศึกษา การสอนและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
          ๒. เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส ใฝ่รู้ใฝ่คิด เป็นผู้นำด้านจิตใจและปัญญา รู้จักเสียสละเพื่อพระพุทะศาสนาและสังคม
          ๓. เพื่อประยุกต์และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา การวิจัย และบริการ
          ๔. เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการศึกษาและพุทธธรรมสู่สังคม ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ธำรงรักษาเอกลักษณ์ และภูมิปัญญาไทย

การจัดการศึกษา
คณะครุศาสตร์ได้เปิดระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก  ปริญญาตรี ๕ สาขาวิชา ได้แก่
           ๑.  สาขาวิชาจิตวิทยาการปรึกษาและการแนะแนว
           ๒.  สาขาวิชาการสอนพระพุทธศาสนา
           ๓.  สาขาวิชาสังคมศึกษา
           ๔.  สาขาวิชาการสอนภาษาไทย
           ๕.  สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ
          – ระดับประกาศนียบัตร ๒ หลักสูตร คือ ประกาศนียบัตรวิชาการเทศนา และประกาศนีบัตรการสอนศีลธรรมในโรงเรียน
          – ระดับปริญญาโท ๓ สาขาวิชา คือ การบริหารการศึกษา การสอนสังคมศึกษา และจิตวิทยาการปรึกษาและการแนะแนว
          – ระดับปริญญาเอก ๑ สาขาวิชา คือ พุทธบริหารการศึกษา

ปรัชญา ปณิธาน วิสัยทัศน์ พันธกิจ
       ปรัชญา
           ศึกษาดี มีคุณธรรม นำความรู้สู่สังคม
       ปณิธาน
           จะพัฒนาบัณฑิตให้มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส  ใฝ่รู้ใฝ่คิด  เป็นผู้นำด้านจิตใจและปัญญา
มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา 
      วิสัยทัศน์
           ศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ
           สร้างคนดีและคนเก่งอย่างมีสมรรถภาพ
           จัดการศึกษาและวิจัยดีอย่างมีคุณภาพ
           บริหารดีอย่างมีประสิทธิภาพ
      พันธกิจ
           ผลิตบัณฑิต
           วิจัยและพัฒนา
           ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และบริการวิชาการแก่สังคม
           ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
      
     สีประจำคณะครุศาสตร์ : สีแสด

คณบดีคณะครุศาสตร์
          ๑. พระมหาจำลอง  ภูริปญฺโญ (สารพัดนึก)  วัดอนงคาราม                พ.ศ.๒๕๑๑ – ๒๕๒๑
              (ปัจจุบัน ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.จำลอง  สารพัดนึก)
          ๒. พระมหากนกพันธุ์  องฺควณฺโณ (นงนุช)  วัดมหาธาตุ                   พ.ศ.๒๕๒๒ – ๒๕๒๓
          ๓. พระมหาณรงค์  จิตฺตโสภโณ (เชิดสูงเนิน) วัดมหาพฤฒาราม          พ.ศ.๒๕๒๓ – ๒๕๒๓
              (ปัจจุบัน พระสุธีวรญาณ,รศ.ดร. รองอธิการบดีวิทยาเขตนครราชสีมา)
          ๔. พระมหากิตติ  อตฺตาโภ  วัดมหาธาตุ                                      พ.ศ.๒๕๒๓ – ๒๕๒๔
          ๕. พระประสิทธิสุตตคุณ (สวัสดิ์ อตฺถโชโต) วัดสระเกศ                    พ.ศ.๒๕๒๔ – ๒๕๓๐
          ๖. พระครูศรีธรรมปฏิภาณ (สมภพ ปุญฺญาคโม) วัดอรุณฯ                  พ.ศ.๒๕๓๐ – ๒๕๓๓
          ๗. พระครูวินัยธรสุเมธ  ธีรธมฺโม  วัดมหาธาตุ                                พ.ศ.๒๕๓๓ – ๒๕๓๖
          ๘. พระสุวรรณเมธาภรณ์ (ขุนทอง สุวณฺณเมโธ),ผศ. วัดสามพระยา      พ.ศ.๒๕๓๖ – ๒๕๔๐
              และ พ.ศ.๒๕๔๑ – ๒๕๕๒ (ปัจจุบันเป็น รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา)
          ๙. พระมารุต วรมงฺคโล,ผศ.ดร. วัดราชโอรสาราม    พ.ศ.๒๕๔๐-๔๑    และ พ.ศ.๒๕๕๓–๕๗
          ๑๐. พระครูโสภณพุทธิศาสตร์ (เชี่ยว ชิตินฺทริโย), ดร.               พ.ศ.๒๕๕๘-ปัจจุบัน

ภาควิชาบริหารการศึกษา
           ภาควิชาบริหารการศึกษาตอนเริ่มเปิดเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๔ ใช้ชื่อว่า ภาควิชาการศึกษา พ.ศ.๒๕๒๖ มีปรับปรุงส่วนงานภายในได้เปลี่ยนชื่อเป็น ภาควิชาการบริหารการศึกษา
          พ.ศ.๒๕๓๕ คณะครุศาสตร์ ขยายห้องเรียนจากวัดมหาธาตุ มาที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม สธ. วัดศรีสุดาราม แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อ ๑ มิถุนายน ๒๕๓๕ โดยความอนุเคราะห์ของพระวชิรราชมานิต ต่อมาได้มีการสร้างอาคารเรียน ๓ หลังๆ ละ ๔ ชั้นขึ้น และได้เปิดใช้ในปี พ.ศ.๒๕๓๖ ซึ่งเป็นสถานที่ศึกษาของนิสิตคณะครุศาสตร์ด้วย
           พ.ศ.๒๕๓๘ ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาตรี ภาควิชาบริหารการศึกษา จัดการ ศึกษา ๑ สาขาวิชา คือ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
           พ.ศ.๒๕๔๑ ปรับปรุงส่วนงานตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๔๐ ภาควิชาบริหารการเปลี่ยนชื่อเป็น ภาควิชาบริหารการศึกษาและกิจการคณะสงฆ์ จัดการศึกษา ๒ สาขาวิชา คือ การบริหารการศึกษา และการศึกษานอกระบบโรงเรียน
           พ.ศ.๒๕๔๘ ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาตรีให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เป็นหลักสูตร ๕ ปี จัดการศึกษา ๒ สาขาวิชาเช่นเดิม และได้เปิดระดับปริญญาโท ๑ สาขาวิชา คือ การบริหารการศึกษาพ.ศ.๒๕๕๒ คณะครุศาสตร์ ย้ายสำนักงานมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เลขที่ ๗๙ หมู่ ๑ ถนนพหลโยธิน (กม.๕๕) ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๑๗๐
พ.ศ.๒๕๕๔ ได้สนับสนุนเปิดหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริการการศึกษา ๓ แห่ง คือ วิทยาเขตขอนแก่น วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์ และวิทยาเขตนครศรีธรรมราช พร้อมได้พัฒนาสำนักงานบัณฑิตศึกษาขึ้นที่ชั้น ๕ อาคารเรียนรวม เพื่อรองรับการพัฒนาของโครงการซึ่งมีผู้สนใจเข้ามาเข้าศึกษาเป็นจำนวนมาก
           ในปีเดียวกัน ได้ขอเปิดหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา รับสมัครนิสิตรุ่นแรกในภาคการศึกษาที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ และได้รับความเห็นชอบหลักสูตรจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๕
          พ.ศ. ๒๕๖๐ หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ได้ขอเปลี่ยนชื่อสาขาวิชาเป็น “สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา” เพื่อเป็นการสร้างอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของการบริหารการศึกษาเชิงพุทธให้โดดเด่นแก่สาธารณชนยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ของภาควิชา
          ๑. ผลิตบัณฑิตที่มีความรอบรู้และเชี่ยวชาญในสาขาการบริหารการศึกษาและกิจการคณะสงฆ์ในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา
          ๒. ส่งเสริม และพัฒนาบุคลากรและนิสิตให้มีทักษะในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางการบริหารการศึกษาและกิจการคณะสงฆ์
          ๓. ส่งเสริมบุคลากรและนิสิตให้มีจิตอาสา สร้างศรัทธาและเสียสละ ให้บริการวิชาการและนวัตกรรมการเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาอย่างบูรณาการสู่สังคม
          ๔. มุ่งทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา  ศิลปวัฒนธรรม สืบสานประเพณีอันดีงามของชาติ ส่งเสริมภูมิปัญญาไทย และสร้างอัตลักษณ์ของส่วนงาน
          ๕. ประสานงานและสร้างเครือข่ายทางการศึกษากับคณะ วิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ และสถาบันการศึกษาต่างๆ ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง